ดร.ไกรฤกษ์ อบรมสุข
ภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวืทยาลัยรามคำแหง







เคมีความร้อน (Thermochemistry) เป็นวิชาที่ศึกษา
เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงพลังงานความร้อน(เอนทาลปี)
เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงทางเคมี หรือ เกิดปฏิกิริยาเคมี


นิยามของคำว่าการเปลี่ยนแปลงเอนทาลปี
การเปลี่ยนแปลงเอนทาลปี (DH) หมายถึงปริมาณความร้อน (q) ที่ถ่ายเทระหว่าง
ระบบกับสิ่งแวดล้อมที่ความดัน
(p) คงที่
* ปฏิกิริยาดูดความร้อน
DH มีค่าเป็น บวก
* ปฏิกิริยาคายความร้อน
DH มีค่าเป็น ลบ


ประเภทของเอนทาลปี
* เอนทาลปีของการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ หมายถึง
เอนทาลปีของการเปลี่ยนแปลงสถานะของสาร เช่น เอนทาลปีของการระเหย
เอนทาลปีของการระเหิด เป็นต้น และ เอนทาลปีของการเปลี่ยนแปลงจากอะตอม
หรือโมเลกุลเป็นอิออนหรืออนุภาค เช่น
เอนทาลปีของการอิออไนเซชัน
(ไม่ได้กล่าวถึงในบทนี้)

* เอนทาลปีของการเปลี่ยนแปลงทางเคมอ่านรายละเอียดของเนื้อหาทั้งหมด
ได้ในบทนี้ ซึ่งว่าด้วยเรื่องของเคมีความร้อน



 

เอนทาลปีของการเปลี่ยนแปลงทางเคมี หมายถึง
พลังงานความร้อนที่ปฏิกิริยาเคมีคายออกมาหรือดูดเข้าไป
เช่น
DH ของปฏิกิริยา CH2=CH2(g) + H2(g) ® CH3CH3(g)
เท่ากับ -137 kJ ที่ 25oC แปลว่า เอนทาลปีของระบบลดลง 137 kJ
เมื่อก๊าซเอธิลีน
1 โมลรวมกับก๊าซไฮโดรเจน 1 โมล ที่ 25oC
( ถ้าความดันคงที่ จะมีความร้อน 137 kJ คายออกมาจากปฏิกิริยา )

* ค่า DH ของปฏิกิริยาขึ้นกับ สภาวะหรือสถานะของสารตั้งต้นและ
สารผลิตภัณฑ์ ความดัน และ อุณหภูมิ ดังนั้นเราต้องระบุสภาวะมาตรฐาน
ของสาร
(standard state)

สภาวะมาตรฐานของสาร หมายถึง สภาวะของสารบริสุทธิ์ที่ความดัน 1 bar
(105 Pa) ส่วนอุณหภูมิ จะระบุที่อุณหภูมิใดก็ได้แต่ส่วนใหญ่ระบุที่ 25oC

เช่น H2 : ก๊าซ, C : กราไฟต์, Br2 : ของเหลว, CaCO3 : ของแข็ง

* การเปลี่ยนแปลงเอนทาลปีที่สภาวะมาตรฐาน เขียนแทนด้วย DHo เช่น
      2H2(g) + O2(g)
® 2H2O(l)                 DHo = - 572 kJ

การเผาไหม้ (Combustion) หมายถึง ปฏิกิริยาระหว่างสารกับO2
เป็นปฏิกิริยาคายความร้อน กรณีสารตั้งต้นเป็นไฮโดรคาร์บอนจะได้สาร
ผลิตภัณฑ์เป็น
CO2(g) กับ H2O(l) เสมอ เช่น

CH4(g) + 2O2(g) ®  CO2(g) + 2H2O(l)     DHo = - 890 kJ

เอนทาลปีมาตรฐานของการเผาไหม้ (DcomHo ) หมายถึง
ค่าการเปลี่ยนแปลงเอนทาลปีที่สภาวะมาตรฐานเมื่อสาร 1 โมลถูกเผาไหม้
เช่น จากตัวอย่างข้างต้น
 DcomHo(CH4 ,g)   =   - 890   kJ mol-1

* ค่า DcomHo ของสารใช้เป็นดัชนีระบุความเหมาะสมในการนำสารนั้น
ไปใช้เป็นเชื้อเพลิง เช่น
ไอโซออกเทน (C8H18 , l) มีค่า
DcomHo = - 5471
kJ mol-1 ซึ่งเมื่อเทียบกับก๊าซมีเทน (CH4 , g) เห็นได้ว่า ไอโซออกเทน
ให้ความร้อนต่อโมลสูงกว่ามีเทน ดังนั้น
C8H18 น่าจะใช้เป็นเชื้อเพลิงได้ดีกว่า
CH4 แต่
ในทางปฏิบัติ ความสามารถในการให้ความร้อนของเชื้อเพลิง เรามัก
ระบุในรูปของ เอนทาลปีจำเพาะ
(specific enthalpy) ซึ่งนิยามไว้ว่า

          Specific enthalpy = DcomHo / M.W.

มีหน่วยเป็น kJ g-1 และกำหนดค่าเป็นบวกเสมอ จึงไม่จำเป็นต้อง
ใส่เครื่องหมาย เช่น

เชื้อเพลิง

Specific enthalpy (kJ g-1)

CH4(g)

55

C8H18(l)

48

H2(g)

142

จากตาราง จะเห็นได้ว่าค่าเอนทาลปีจำเพาะของก๊าซมีเทนสูงกว่าไอโซออกเทน
หมายความว่าการเผาไหม้ก๊าซมีเทนจะให้ความร้อนต่อกรัมสูงกว่าไอโซออกเทน
ดังนั้น ก๊าซมีเทนจึงเหมาะที่จะใช้เป็นเชื้อเพลิงได้ดีกว่าไอโซออกเทน

กลับไปข้างบน



กฎของเฮสส์
กล่าวไว้ว่า DHo ของปฏิกิริยารวมหาได้จากการรวม DHo ของปฏิกิริยาย่อ ปฏิกิริยาย่อยไม่จำเป็นต้องเกิดได้จริงในห้องปฏิบัติการ อาจสร้างขึ้นเองได้
แต่สมการต้องดุลให้เรียบร้อย

* ประโยชน์ของกฎของเฮสส์ : เราใช้หาเอนทาลปีของ unknown reaction
โดยอาศัยค่า
DHo ของ known reaction ได้
ตัวอย่าง : กำหนดให้

C3H6(g) + H2(g)  ® C3H8(g)                           DHo = - 124 kJ

C3H8(g) + 5O2(g) ® 3CO2(g) + 4H2O(l)       DHo = - 2220 kJ

จงคำนวณ DcomHo ของก๊าซโพรพีน

วิธีทำ

C3H6(g) + 9/2 O2(g) ® 3CO2(g) + 3H2O(l)  DHo =  ?

จากที่กำหนดให้

C3H6(g) + H2(g)  ® C3H8(g)                     DHo = - 124 kJ.…..(1)

C3H8(g) + 5O2(g) ® 3CO2(g) + 4H2O(l) DHo = - 2220 kJ.....(2)

H2O(l) ® H2(g) + ½ O2(g)             DHo = + 286 kJ…...(3)*
( หมายเหตุ : สมการ (3) เป็นสมการที่เราต้องทราบมาก่อน )

นำสมการ (1), (2) และ (3) มารวมกันตามกฎของเฮสส์ จะได้ว่า

C3H6(g) + 9/2 O2(g) ® 3CO2(g) + 3H2O(l) 

DHo =  (-124 kJ) + (-2220 kJ) + (+286 kJ)  =  - 2058 kJ

ดังนั้น   DcomHo(C3H6 , g)  =  - 2058 kJ mol-1                          ตอบ



เอนทาลปีมาตรฐานของการเกิด (DfHo)

ในทางทฤษฎี เราถือว่าปฏิกิริยาเคมีใดๆเกิดจาก 2 ขั้นตอน คือ (1)
การสลายสาร(ตั้งต้น)เป็นธาตุ และ (2) การรวมธาตุเป็นสาร(ผลิตภัณฑ์)
แต่
(1) เป็นขบวนการย้อนกลับของ (2) ดังนั้นความร้อนของปฏิกิริยาใดๆ
เราสามารถเขียนแทนได้ด้วยค่าเอนทาลปีของการเกิดสารจากธาตุ

และเพื่อให้เป็นสากล จึงมีการกำหนดค่ามาตรฐานที่เรียกว่า
เอนทาลปีมาตรฐานของการเกิด
(DfHo) ดังนี้

DfHo ของสาร คือ เอนทาลปีมาตรฐานของการเกิดสารนั้น 1 โมลจากธาตุ
ในสภาวะที่เสถียรที่สุดในธรรมชาติ

เช่น ที่ 25oC,  H2(g) + ½ O2(g)  ®  H2O(l)   DHo = - 286 kJ
และที่ 25oC, C(s, graphite) + 2S(s, rhombic)  ® CS2(l) DHo = + 90 kJ

เห็นได้ว่าทั้งสารตั้งต้นและสารผลิตภัณฑ์ต่างก็อยู่ในสภาวะที่เสถียรที่สุด
ในธรรมชาติและปฏิกิริยาทั้งสองนี้เป็นปฏิกิริยาการเกิด
H2O( l) 1 โมลและ CS2( l)
1 โมล ตามลำดับ ดังนั้นจะได้ว่า
DfHo  (H2O, l)  =  - 286   kJ mol-1

DfHo  (CS2, l)  =  + 90   kJ mol-1 

ข้อสังเกต เมื่อทราบ DHo ของปฏิกิริยาการเกิดสารใด เราสามารถเปลี่ยนเป็น
DfHo ได้โดยการหาร DHo ด้วยจำนวนโมลของสารที่เกิด
(กรณีตัวอย่างทั้งสอง ตัวหารเป็น
1)

นอกจากนี้ เรายังกำหนดด้วยว่า ธาตุทุกชนิดในสภาวะธรรมชาติมีค่า DfHo =  0 
เช่น
C(s, graphite), Cl2(g), Cu(s), O2(g) เป็นต้น มีค่า DfHo =  0

*สารใดมีค่า DfHo เป็นลบ เรียกว่า  exothermic compound

*สารใดมีค่า DfHo เป็นบวก  เรียกว่า  endothermic compound

กลับไปข้างบน


เอนทาลปีมาตรฐานของปฏิกิริยา (DrHo )

สำหรับปฏิกิริยาใดๆ หา DrHo ได้จาก

DrHo  =  å n DfHo(product)  -   å n DfHo(reactant)

เมื่อ n เป็น เลข stoichiometry ในสมการเคมี
ตัวอย่าง    2HN3(l) + 2NO(g) ® H2O2(l) + 4N2(g)

DrHo   =   DfHo(H2O2,l) + 4DfHo(N2,g) -   { 2DfHo(HN3,l) + 2DfHo(NO,g) }
=   {-187.78 + 4x0} - {2x264.0 + 2x90.25} kJ mol-1
=   - 896.3  kJ mol-1

การเปลี่ยนแปลงเอนทาลปีกับอุณหภูมิ
การคำนวณเอนทาลปีของปฏิกิริยาที่อุณหภูมิต่างกันให้คำนวณจากผลต่าง
ของโมลาร์เอนทาลปื
(Hmo) ของสารตั้งต้นกับสารผลิตภัณฑ์ ซึ่งเมื่อเพิ่ม
อุณหภูมิ ค่า
Hmo ของสารทุกตัวก็เพิ่มขึ้นด้วยตามสมการ
DH = Cp,m DT
โดยทั่วไป มักคำนวณเอนทาลปีที่อุณหภูมิต่างจากค่าเอนทาลปีมาตรฐานคือ
ที่
25oC ซึ่งเราทราบค่าโดยหาได้จาก
DfHo ดังกล่าวแล้ว
ตัวอย่าง   2H2(g) + O2(g)  ®  2H2O(l)

ที่ T1:   DrHo = 2Hmo(H2O,l) – { 2Hmo(H2,g) + Hmo(O2,g) }

ที่ T2:  DrH = 2Hm(H2O,l) – { 2Hm(H2,g) + Hm(O2,g) }

โดย  Hm(H2O,l) =  Hmo(H2O,l) + Cp,m(H2O,l) DT

กรณี H2 และ O2 ก็คิดแบบเดียวกัน สุดท้ายจะได้ว่า

DrH  =  DrHo +  DrCp DT      ซึ่ง    
D
rCp  =  2Cp,m(H2O,l) – { 2Cp,m(H2,g) + Cp,m(O2,g) }

เขียนในรูปทั่วไปได้ว่า

DrCp  =  å n Cp,m (product) - å n Cp,m(reactant)

ความสัมพันธ์ข้างต้นนี้ เราเรียกว่า Kirchhoff’s law 

ข้อสังเกต

1) การใช้กฎของ Kirchhoff จะถือว่าค่า Cp คงที่ จึงใช้ได้เฉพาะ

    ในช่วงอุณหภูมิที่แคบ (ไม่ควรเกิน 100 K )

2) ค่า DrHo ไม่ค่อยเปลี่ยนตามอุณหภูมิ เนื่องจากผลต่างระหว่าง

    Cp ของสารตั้งต้นกับสารผลิตภัณฑ์มีค่าน้อย จึงอาจอนุโลมได้ว่า
"เอนทาลปีมาตรฐานของปฏิกิริยาไม่ขึ้นกับอุณหภูมิ "

ตัวอย่าง

DfHo ของ H2O(g) ที่ 25oC = - 241.82  kJ mol-1 ให้คำนวณหา
DfHo ของ H2O(g) ที่ 100oC
วิธีทำ

H2(g) + ½ O2(g)  ®  H2O(g)

DrCp    =  Cp,m(H2O,g) – { Cp,m(H2,g) + ½ Cp,m(O2,g) }
=  33.58 – { 28.84 + ½ (29.37) }       J K-1 mol-1

=  - 9.95  J K-1 mol-1

DrH  =   DrHo +  DrCp DT

            =   - 241.82 kJ mol-1 + ( -9.95 x 10-3 kJ K-1 mol-1)(75 K)

            =   - 242.57       kJ mol-1

กลับไปข้างบน



ของแถมตัวอย่างเรื่องเอนทาลปีที่เนื้อหาไม่ได้อยู่ในบทนี้
 
ตัวอย่าง1   ต้มเอทานอลให้เดือดที่ความดัน 1 atm โดยผ่านกระแสไฟฟ้าขนาด
0.682 A จากขดลวดความร้อน 12 V นาน 500 วินาที พบว่าปริมาณเอทานอลที่
ระเหยเท่ากับ
4.33 กรัม จงหาเอนทาลปีของการระเหยที่จุดเดือดของเอทานอล

วิธีทำ  1 A V s  =  1 J,       M.W.(C2H5OH) = 46.07 g mol-1

q  =  Int  =  (0.682 A)x(12 V)x(500 s)  =  4090  J  =  4.09  kJ

นั่นคือ  DH  =  + 4.09 kJ สำหรับการระเหยเอทานอล 4.33 กรัม

n(C2H5OH)  =  4.33 g / 46.07 g mol-1  =  0.094 mol

 DvapH  =  DH / n  =  4.09 kJ / 0.094 mol  =  + 43.5 kJ mol-1

                                                                                                    ตอบ

ตัวอย่าง2   เอนทาลปีของการระเหิดของแมกนีเซียมที่ 25oC เท่ากับ
+148 kJ mol-1 ถามว่าต้องใช้ความร้อนปริมาณเท่าใดเพื่อเปลี่ยน
ลวดแมกนีเซียม
1 กรัมให้เป็นก๊าซ Mg2+(g)

วิธีทำ     ปฏิกิริยารวม คือ  Mg(s)  ®  Mg2+(g)  +  2e-(g)

เราอาจเขียนการเกิดปฏิกิริยาเป็นขั้นตอนดังนี้                               DH / kJ

Sublimation:           Mg(s)      ®   Mg(g)                       + 148

First ionization:     Mg(g)     ®   Mg+(g)  +  e-(g)        + 738

Second ionization: Mg+(g)   ®    Mg2+(g)  +  e-(g)    + 1451

Overall (sum):                                                                           + 2337

q  =  (1 g / 24.31 g mol-1)x(2337 kJ mol-1  =  + 96.1  kJ         ตอบ

กลับไปข้างบน




1