นิยามค่าคงที่สมดุล (K)
reaction quotient (Q) สำหรับปฏิกิริยาเคมีทั่วไปก่อนดังนี้
Q =
aCcaDd / aAaaBb
ส่วนปฏิกิริยาที่สมดุล เราจะนิยามค่าคงที่สมดุล (K)
ได้ว่า
K =
Qeq =
(aCcaDd / aAaaBb)eq
สำหรับก๊าซอุดมคติ : aJ = PJ /
Po
สำหรับของเหลวและของแข็ง : aJ = 1
สำหรับตัวถูกละลายที่ความเข้มข้นต่ำๆ : aJ =
[J] / (1 mol dm-3)
เช่น
Q =
(PHI / Po)2 / (PH2 /
Po) = PHI2
/ PH2Po
K =
Qeq = (PHI2 / PH2Po)eq
หมายเหตุ หากศึกษารายละเอียด จะพบว่าค่าแอกติวิตีของสารขึ้นกับ
แรงกระทำระหว่างสาร เช่น ในกรณีก๊าซจริง ขึ้นกับแรงกระทำระหว่าง
โมเลกุลของก๊าซ ในกรณีสารละลายอิเล็กโทรไลต์ ขึ้นกับแรงกระทำ
ระหว่างอิออน เป็นต้น
K >> 1 (มากกว่า 103) : ที่สมดุลมีสารผลิตภัณฑ์มากกว่าสารตั้งต้น
K << 1 (น้อยกว่า 10-3) : ที่สมดุลมีสารตั้งต้นมากกว่าสารผลิตภัณฑ์
K
» 1 : ที่สมดุลมีสารตั้งต้นกับสารผลิตภัณฑ์ปริมาณพอๆกัน
ค่า DrG ใน reaction mixture
สำหรับปฏิกิริยาทั่วไปที่อุณหภูมิ
T
:
aA + bB ® cC + dD
จะได้ว่า
ตัวอย่าง คำนวณ DrG ของปฏิกิริยา N2(g)
+ 3H2(g) ® 2NH3(g) ที่ 25oC
เมื่อความดันย่อยของ N2, H2 และ NH3 เท่ากับ 0.20, 0.42 และ 0.61 bar ตามลำดับ
พร้อมกับทำนายทิศทางของการเกิดปฏิกิริยา
ข้อสรุปเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างค่าคงที่สมดุล
K กับ DrGo
จาก
DrGo = -RT ln K
ถ้า DrGo เป็นลบ แสดงว่า K
> 1 :
หมายความว่า ที่สมดุลมีสารผลิตภัณฑ์มากกว่าสารตั้งต้น นั่นคือ
มีความเป็นไปได้สูงทางเทอร์โมไดนามิกส์สำหรับการเกิดสารผลิตภัณฑ์
ถ้า DrGo เป็นบวกแสดงว่า K < 1:
หมายความว่า ที่สมดุลมีสารตั้งต้นมากกว่าสารผลิตภัณฑ์ เรียกได้ว่า
เป็นไปได้ยากทางเทอร์โมไดนามิกส์ที่จะทำให้ปฏิกิริยาดำเนินไปข้างหน้า
หมายเหตุ สภาวะสมดุลที่มีปริมาณสารผลิตภัณฑ์มากอย่างมีนัยสำคัญ
ต้องเป็นสภาวะที่ K >> 1 ( มากกว่า 103 )
กลับไปข้างบน
จาก DrGo = DrHo
- TDrSo และ ln K = -DrGo
/ RT
ln
K = ln K + (DrHo/
R)( 1 / T 1 / T )
ถ้า T > T และ DrHo
เป็นบวก (endothermic) Þ K > K
สรุปได้ว่า
ค่าคงที่สมดุลของปฏิกิริยาดูดความร้อนมีค่ามากขึ้นเมื่อเพิ่มอุณหภูมิ
ค่าคงที่สมดุลของปฏิกิริยาคายความร้อนมีค่าลดลงเมื่อเพิ่มอุณหภูมิ
ผลของความดันที่มีต่อค่าคงที่สมดุล
ที่กำหนดไว้ ณ ความดัน 1 bar ดังนั้นค่า DrGo ไม่เปลี่ยนแปลง
แม้ความดันของปฏิกิริยาเปลี่ยนไป จึงสรุปได้ว่า ค่าคงที่สมดุลไม่ขึ้นกับความดัน
เราทราบแล้วว่าค่า K
ขึ้นกับความดันย่อย(กรณีก๊าซและของเหลว)
และความเข้มข้น(กรณีสารละลาย)ของสารตั้งต้นและสารผลิตภัณฑ์
การที่ค่า K ไม่ขึ้นกับความดัน ไม่ได้แปลว่า ความดันย่อย
หรือความเข้มข้นไม่ขึ้นกับความดันด้วย
เมื่อความดันของปฏิกิริยาเปลี่ยน ความดันย่อยหรือความเข้มข้น
ของสารตั้งต้นและสารผลิตภัณฑ์จะปรับเปลี่ยนสัดส่วนที่สมดุลจนกระทั่ง
ได้ค่าคงที่สมดุลค่าเดิม สำหรับปฏิกิริยาในวัฏภาคก๊าซสรุปได้ว่าเมื่อระบบ
สมดุลถูกบีบอัด สัดส่วนขององค์ประกอบที่เป็นก๊าซจะถูกปรับเปลี่ยนไป
ในทิศทางที่ทำให้จำนวนโมเลกุลในวัฏภาคก๊าซ ลดลง
ปฏิกิริยา H2(g)
+ I2(s) = 2HI(g)
ซึ่งเห็นได้ว่าที่สมดุลมีก๊าซ HI 2 โมเลกุลที่เกิดจากก๊าซ
H2 1 โมเลกุล
การเพิ่มความดัน(บีบอัด)จะมีผลทำให้เพิ่มการสลาย HI กลายเป็น
H2
(กับ I2) เพื่อลดจำนวนโมเลกุลของ HI
พิจารณา N2(g) + 3H2(g) = 2NH3(g)
กรณีนี้จากก๊าซเริ่มต้นจำนวน 4 โมเลกุล (N2
1 โมเลกุล + H2 3 โมเลกุล)
ให้ก๊าซอัมโมเนียเพียง 2 โมเลกุล การเพิ่มความดันจะทำให้ปฏิกิริยาเปลี่ยน
ไปในทางที่ลดจำนวนโมเลกุลของก๊าซเริ่มต้น
นั่นคือ จะทำให้ได้ก๊าซอัมโมเนียเพิ่มขึ้น
กรณีศึกษา : ขบวนการผลิตก๊าซอัมโมเนียในอุตสาหกรรม
ที่ทำให้เกิดก๊าซอัมโมเนียเพิ่มขึ้น