เรามาเพื่อพวกท่านจะได้มีชีวิตนิรันดร !    
แม่พระ

อานุภาพแห่งความสุภาพ
ถ่อมตนของแม่พระ

พระสันตะปาปาทรงสนับสนุน
"Lectio Divina"

ลิงค์คาทอลิก



ปีนักบุญเปาโล 2008


.





พระคุณเจ้า โยเซฟ ประธาน ศรีดารุณศีล SDB

พระวาจารูปแบบ ppt

LECTIO DIVINA                                        


พระเจ้าทรงเรียก ทรงเปลี่ยน และทรงส่งออกไป

(มก 6:7-13)

พระองค์เสด็จไปทรงสั่งสอนตามหมู่บ้านต่าง ๆ ในบริเวณนั้น 7ทรงเรียกอัครสาวกสิบสองคนเข้ามาพบ และทรงเริ่มส่งเขาเป็นคู่ ๆ ประทานอำนาจเหนือปีศาจ 8ทรงกำชับเขามิให้นำสิ่งใดไปด้วย นอกจากไม้เท้าเท่านั้น ไม่ให้มีอาหาร ไม่ให้มีย่าม ไม่ให้มีเศษเงินใส่ไถ้ 9ให้สวมรองเท้าได้ แต่ไม่ให้เอาเสื้อสำรองไปด้วย 10พระองค์ตรัสกับเขาว่า "ถ้าท่านเข้าไปในบ้านใด จงพักอยู่ที่นั่นจนกว่าจะออกเดินทางต่อไป 11ถ้าที่ใดไม่ต้อนรับท่าน หรือไม่ฟังท่าน จงออกจากที่นั่น พลางสลัดฝุ่นจากเท้าไว้เป็นพยานปรักปรำเขา" 12บรรดาอัครสาวกจึงไปเทศน์สอนคนทั้งหลายให้กลับใจ 13ขับไล่ปีศาจจำนวนมาก เจิมน้ำมันผู้เจ็บป่วยหลายคน และรักษาเขาให้หายจากโรคภัย


* เราเป็นอยู่ตามที่พระเจ้าทรงเรียก

            ตัวบทที่นำมากล่าว ณ ที่นี้เป็นกุญแจที่พระเยซูเจ้าทรงประทานให้เพื่อไขปริศนาชีวิต การเรียกอัครสาวก เกี่ยวข้องกับการเรียกของเราทุกคน ดังที่นักบุญเปาโลกล่าวไว้ใน"บทถวายพระพร"ในจดหมายถึงชาวเอเฟซัสว่า "3ขอถวายพระพรแด่พระเจ้า พระบิดาของพระเยซูคริสต์ องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา พระองค์ทรงอวยพรแก่เราโดยประทานพระพรนานาประการของพระจิตเจ้าจากสวรรค์เดชะพระคริสตเจ้า

            4พระเจ้าทรงเลือกสรรเราในพระคริสตเจ้าแล้ว ตั้งแต่ก่อนการเนรมิตสร้างโลก เพื่อให้เราศักดิ์สิทธิ์และปราศจากมลทินเฉพาะพระพักตร์ของพระองค์ด้วยความรัก

            5พระเจ้าทรงกำหนดไว้ล่วงหน้าแล้วที่จะให้เราเป็นบุตรบุญธรรม เดชะพระเยซูคริสตเจ้า ตามพระประสงค์ที่พอพระทัย"(อฟ 13-5)

            การที่เราเกิดมาในโลก เพราะพระเจ้าทรงคิดถึงและทรงเรียกเรา

            ท่านคาร์ดินัล คาร์โล มาร์ตินีกล่าวว่า "การมองชีวิตเป็นกระแสเรียก" คือการเข้าใจชีวิตอย่างแท้จริง

            สมเด็จพระสันตะปาปาเบเนดิกที่ 16 ตรัสถึงเรื่อง "การติดตามพระคริสตเจ้า"ในบทเทศน์โอกาสแห่ใบลาน ว่า "การแห่ใบลานเป็นการแสดงออกถึงความยินดีที่มีอยู่ภายใน (เช่นเดียวกับบรรดาอัครสาวก) เพราะเราสามารถรู้จักพระเยซูเจ้า พระองค์ทรงรับเราเป็นสหายของพระองค์ และทรงประทานกุญแจชีวิตให้เรา

            ความยินดีเกิดจาก "การตอบรับ"การเรียกขององค์พระเยซูเจ้าและความเต็มใจเดินพร้อมกับพระองค์ไปในสถานที่ทุกแห่งที่พระองค์จะพาเราไป

            พิธีกรรมอธิบายความหมายของการเดินแห่ว่าหมายถึงการ "ติดตามพระคริสตเจ้า" ซึ่งเป็นวิถีชีวิตของคริสตชนทุกคน

            บรรดาศิษย์ของพระเยซูเจ้า เข้าใจความหมายของคำนี้อย่างดี เป็นรูปธรรม พวกเขาตัดสินใจละทิ้งอาชีพ การงาน ของตน และมอบชีวิตติดตามพระเยซูเจ้า พวกเขามีอาชีพใหม่ คือ เดินพร้อมกับพระอาจารย์เจ้าในฐานะเป็นศิษย์ของพระองค์ โดยยอมให้พระองค์ทรงเป็นผู้นำ

            "การติดตาม" เป็นทั้งเรื่องภายนอก และภายใน

            "การติดตามภายนอก" คือการเดินตามพระเยซูเจ้า ส่วน "การติดตามภายใน"คือการเปลี่ยนวิถีชีวิตความเป็นอยู่ โดยมุ่งกระทำตามพระประสงค์ของพระเจ้าด้วยความเต็มใจ มีความพร้อมยอมตามพระประสงค์ของพระเจ้าเป็นจุดยืนของชีวิต" (เบเนดิกที่ 16, วันอาทิตย์ใบลาน 2009)


* "เราเลือกท่านมาอยู่กับเรา"

            ผู้ติดตามพระเยซูเจ้า บรรดาศิษย์ และมิตรสหายของพระองค์......มิใช่ชาวประมงผู้ไร้การศึกษาอีกต่อไป เขาเหล่านี้มิได้ถ่ายทอดข่าวสารอื่นใดนอกจากประสบการณ์ของตน

            สมเด็จพระสันตะปาปายอห์นปอลที่สองตรัสว่า "การประกาศพระวรสารเป็น ความพยายามของพระศาสนจักรในการประกาศให้ทุกคนทราบว่า พระเจ้าทรงรักและสละชีวิตเพื่อเขาโดยทางพระคริสตเยซู พระองค์ทรงเชื้อเชิญเข้าสู่ชีวิตนิรันดรที่เปี่ยมด้วยความสุข" (สมเด็จพระสันตะปาปายอห์นปอลที่สอง ตรัสกับบรรดาสังฆราชแห่งประเทศอเมริกา เมื่อปี ค.ศ. 1998)

            "พระเยซูเจ้าทรงเรียกอัครสาวกทั้งสิบสองโดยมิได้กล่าวอะไรมากกว่านั้น เพราะเหตุใดพระองค์จึงทรงเรียกเฉพาะบุคคลเหล่านี้? พระ วรสารมิได้ให้เหตุผล อีกทั้งมิได้พูดถึงคุณธรรม ความเชี่ยวชาญ หรือความสามารถในการเทศน์สอนของแต่ละคน สิ่งจำเป็นเพื่อประกอบพันธกิจซึ่งเขาไม่มี พระเจ้าก็ทรงประทานให้ เช่น อำนาจในการประกาศพระอาณาจักรของพระเจ้า และอำนาจขับไล่ปีศาจ เป็นต้น พระองค์ประทานอำนาจเหล่านี้ให้โดยทางพระจิตเจ้า สิ่งเดียวที่พระเยซูเจ้าทรงเรียกร้องจากเขาคือ อย่านำพระพรที่ได้รับจากพระองค์ไปปะปนกับสิ่งอำนวยความสะดวกให้กับชีวิต พระองค์จึง "ทรงกำชับเขามิให้นำสิ่งใดไปด้วย นอกจากไม้เท้าเท่านั้น ไม่ให้มีอาหาร ไม่ให้มีย่าม ไม่ให้มีเศษเงินใส่ไถ้ ให้สวมรองเท้าได้ แต่ไม่ให้เอาเสื้อสำรองไปด้วย"(ข้อ 8-9) แม้แต่ที่พำนักสะดวกสบาย พระองค์ก็มิทรงให้เขาแสวงหา งานที่เขาต้องทำก็คือประกาศพระวาจาของพระเจ้าและเชิญชวนผู้คนให้กลับใจ ความสำเร็จมิใช่สิ่งสำคัญที่เขาต้องมุ่งถึง หากไม่พบในที่หนึ่งก็ให้ไปหาที่อื่น" (Hans U. von Balthasar)


* บอกเหตุผลของการมีชีวิต

            พระเยซูเจ้า "ทรงเริ่มส่งเขาไป" ศิษย์ของพระองค์จะเก็บพระวาจาไว้กับตัวไม่ได้ ต้องนำไปเล่าต่อ ดังที่พระเจ้าตรัสสั่งอาโมสว่า "จงไปเผยพระวจนะแก่อิสราเอลประชากรของเรา"(อาโมส 7:15 ) ท่านประกาศกทราบว่า ถึงแม้พระวาจานั้นเป็น "พระวาจาที่ประทานชีวิตนิรันดร" แต่ก็ประณามความอยุติธรรมอย่างไม่เกรงใจ ทำให้ผู้ฟังมีปฏิกิริยาขึ้นมาทันที เขาพยายามขจัดประกาศกที่ทำให้ใจเขาว้าวุ่นออกไป ส่วนท่านก็ไม่คิดปกป้องตนเอง เพราะถือว่า วาจานั้นเป็นพระวาจาของพระเจ้าที่มีอำนาจและเรียกร้องพฤติกรรมที่เหมาะสม พันธกิจของพระเจ้าเป็นพันธกิจแห่งความจริง ที่มีความเสี่ยงสูง


MEDITATIO  (พระวาจาของพระเจ้าตรัสกับฉันวันนี้)

·      "เพลงสดุดีที่ 23(24) เป็นเพลงสดุดียอดนิยมที่ชาวอิสราเอลมัก ขับร้องขณะเดินขึ้นเขาแห่งมหาวิหารที่นครเยรูซาเล็ม บทเพลงนี้ใช้การขึ้นเขาอธิบายการขึ้นเขาภายในจิตใจ ซึ่งหมายถึงการขึ้นเขาพร้อมกับพระคริสตเจ้า

           "ใครจะขึ้นไปยังภูเขาของพระยาห์เวห์ได้?" เพลงสดุดีบทนี้กล่าวถึงเงื่อนไขที่จำเป็นต้องมี ผู้ที่ปรารถนาจะขึ้นภูเขาและไปให้ถึงยอดจะต้องเป็นบุคคลที่ถามหาพระเจ้า บุคคลที่มองรอบตัวเองเพื่อแสวงหาพระพักตร์ของพระองค์" (เบเนดิกที่ 16)

·      " ข้าพเจ้าต้องรู้สึกว่าตนเองถูกเปลี่ยนแปลงและมีความสุข "เรา เองก็ต้องเข้าใจว่า การติดตามพระคริสตเจ้าหมายถึงการเปลี่ยนแปลงชีวิตภายใน จะคิดถึงแต่ตัวเองต่อไปไม่ได้ สิ่งสำคัญในชีวิตมิใช่ความสำเร็จของตนอย่างเดียว แต่ต้องอุทิศตนเพื่อผู้อื่นด้วยความเต็มใจ พระเยซูคริสตเจ้าทรงกระทำให้เห็นเป็นแบบอย่าง เป็นการตัดสินใจขั้นพื้นฐานที่ไม่คิดเอาผลประโยชน์และกำไรเป็นเกณฑ์ หรือ คิดว่า อาชีพและความสำเร็จเป็นเป้าหมายสุดท้ายของชีวิต แต่ยึดความจริงและความรักเป็นบรรทัดฐาน เป็นการเลือกระหว่างการมีชีวิตเพื่อตนเองกับการอุทิศตนเพื่อสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่า

          ความจริงกับความรักมิใช่คุณค่าที่เป็นนามธรรม แต่เป็นรูปธรรม คือ เป็นบุคคลในองค์พระเยซูคริสตเจ้า ดังนั้น การติดตามพระองค์จึงหมายถึงการรับใช้ความจริงกับความรัก การสละตนเองทำให้ข้าพเจ้าพบตนเองอีกครั้ง สิ่งที่เป็นรูปธรรมอีกประการหนึ่งคือ "ผู้มีมือสะอาดและใจบริสุทธิ์"สามารถยืนอยู่ในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์ได้

           "มือสะอาด" คือมือที่มิได้ทำการรุนแรง มือที่ไม่แปดเปื้อนด้วยการคดโกง และคอรัปชั่น

          "ใจบริสุทธิ์" คือใจที่ไม่เสแสร้ง โกหกและหลอกลวง เป็นใจใสสะอาดดุจน้ำพุที่พวยพุ่งออกมาจากต้นน้ำ เนื่องจากไม่รู้จักการมีเล่ห์เหลี่ยม

          "ใจบริสุทธิ์" คือใจที่สามารถชื่นชมยินดีเมื่อมีความสุข

          เราจะมีมือสะอาดและใจบริสุทธิ์ เมื่อเราเดินพร้อมกับพระเยซูเจ้า เราเดินขึ้นภูเขาและพบการชำระให้สะอาดที่นำเราสู่ความสูงที่มนุษย์ต้องไปให้ถึง กล่าวคือ มิตรภาพกับพระเจ้าเอง" (เบเนดิกที่ XVI)


ORATIO  (พระวาจาของพระเจ้าทำให้เราภาวนา)

ขอโทษ     “แม้แต่ชายหนุ่มมั่งมีก็ยังจากไปด้วยความทุกข์ (ดู มธ 19:16//) "พระองค์เสด็จมาสู่บ้านเมืองของพระองค์ แต่ประชากรของพระองค์ไม่ยอมรับพระองค์" (ยน1:11)

ขอบคุณ     “ข้าพเจ้าถูกเรียก เพราะพระเจ้าทรงรักข้าพเจ้า

ขอพรพระจิตเจ้า   "เราอธิบายเรื่องฝ่ายจิตโดยใช้ถ้อยคำของพระจิตเจ้า มนุษย์ที่ดำเนินชีวิตตามธรรมชาติ รับสิ่งที่เป็นของพระจิตของพระเจ้าไม่ ได้ เรื่องนี้เป็นเรื่องโง่เขลาสำหรับเขา เขาไม่อาจเข้าใจได้ เพราะต้องใช้จิตพิจารณา อาศัยพระจิตเจ้าเท่านั้น" (1 คร 2:14)


CONTEMPLATIO  (พระวาจากลับเป็นความจริง)

เราได้รับกุญแจของชีวิต พระเยซูเจ้าทรงเรียกชื่อ เปโตร มารีย์ชาวมักดาลา ศักเคียส พระองค์ทรงเรียกชื่อข้าพเจ้าด้วย ข้าพเจ้าตระหนักถึงเรื่องนี้

"บทถวายพระพร" ของนักบุญเปาโล เป็นบทภาวนาของข้าพเจ้าด้วย ข้าพเจ้า ถูกเรียก ถูกเปลี่ยน และถูกส่งออกไป


COMMUNICATIO (พระวาจาทำให้กลายเป็นพระเยซูเจ้า)

            "เมื่อสิงโตคำราม ใครบ้างจะไม่กลัว? เมื่อพระยาเวห์องค์เจ้าชีวิตตรัสแล้ว ใครเล่าจะไม่เผยพระวจนะ?"(อมส 3:8) พระวาจาของพระเจ้าต้องแพร่ออกไป ผู้ที่ถูกส่งต้อง "ไปด้วยกันเป็นคู่ๆ"(มก 6:7)


"ข้าแต่พระเยซูเจ้า พระองค์ทรงทราบดีว่า ในระยะนี้ ลูกภาวนาอย่างไร? ลูกไม่สามารถภาวนาตามบทสวดที่หมู่คณะสวดพร้อมกัน ลูกสามารถภาวนาสั้นๆ เพียงไม่กี่ประโยค ลูกแต่งบทภาวนาขึ้นมาสวดตามใจ เมื่อหยิบสายประคำขึ้นมาสวด สิบเม็ดแรกลูกเอ่ยชื่อของลูกเองพร้อมกับพระเยซูเจ้า แต่พระองค์กลับเรียก ชื่อของลูกในทุกเม็ดที่สวด การภาวนาแบบนี้ทำให้ลูกมีพลังในการทำความดีได้อย่างประหลาด พระองค์ทรงมีวิธีพูดที่สร้างสรรค์และให้พลัง เมื่อพระองค์ตรัส ลูกมิอาจเจริญชีวิตเหมือนเดิมอีกต่อไป ต้องสละละตนเองจริงๆ" (คุณพ่อ Maurizio Vigani บันทึกไว้เมื่อวันที่ 12 กันยายน 1997 ก่อนลาโลกไม่กี่สัปดาห์)

xxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxx

1 กรกฏาคม 2009
มรณสักขี
ภาพยนตร์เกี่ยวกับมรณสักขีสมัยอาณาจักรโรมัน คริสตชนจำนวนมากถูกนำไปประหารชีวิตโดยให้สิงโตกิน ผู้ที่ใจอ่อนไม่ควรดูเพราะอาจมีภาพที่สะเทือนใจ.....
perfect sacrifice
บทเพลงคาทอลิก ประพันธ์และร้องโดย Annie Karto.....
1 มิถุนายน 2009
Mother Mary's Miracle Rosary
คุณแม่เทเรซาพูดถึงความสัมพันธ์อันลึกซึ้งของท่านกับพระเยซูเจ้าในศีลมหาสนิท กิจการทุกอย่างของท่านและของซิสเตอร์ในคณะล้วนได้รับพละกำลังจากพระเยซูเจ้าในศีลมหาสนิทนี้เอง

Here I Am Lord
เพลงไพเราะมาก ลองฟังดู............




เวปไซต์นี้ใช้ได้ดีกับ Internet Explorer สำหรับ Fire Fox อาจไม่เข้ากันเล็กน้อย

กรกฏาคม 2009
   
       1  2  3  4
 5  6  7  8  9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31
- วันนี้ -

     
-ข้าแต่พระบิดา
- บทวันทามารีอาหนึ่งบท
-บทสวดเพื่อการกลับใจ
- คำทำนายที่โรม ปี 1975
-การหายจากโรคของวิกก้า
-อัศจรรย์แห่งพระเมตตา
-ความลับข้อที่สามของฟาติมา

พระเมตตาแด่
ประเทศไทย
1