หน้าแรก                สารบัญ

ชีวิตใหม่ของดาราเทนนิสหญิง แอนเดรีย เจเกอร์

Jaeger in 1981
SATURDAY NOVEMBER 18, 2006 05:00PM EST - 25 ปีก่อน Andrea Jaeger แข่งขันใน women's tennis tour. และขึ้นเป็นนักเทนนิสหญิงอันดับ 2 ของโลก , เวลานี้เธอมาอยู่ที่โรงพยาบาลเด็กที่ซินซีเนติ ท่ามกลางผู้ป่วยโรคต่างๆ

โลกทัศน์ของ เจเกอร์ เปลี่ยนไปตั้งแต่วันที่ 16 กันยายน ซึ่งเธอประสพอุบัติเหตุในการแข่งขัน เธอกลายมาเป็นซิสเตอร์แอนเดรียแห่งคณะโดมินิกัน ปัจจุบันอายุ 41 ปี และอุทิศชีวิตเพื่อดูแลเด็กๆที่กำพร้า, ทำงานในโรงพยาบาลและจัดค่ายสำหรับเด็กที่ป่วยเป็นมะเร็ง

ซิสเตอร์แอนเดรียกล่าวว่า ขณะที่เธอแข่งขันในทัวร์นาเม้นท์ต่างๆ, เธอรู้สึกถึงการเรียกร้องภายในชีวิตฝ่ายจิตใจของเธอ. เธอบอกว่า เธอรู้สึกเสมอว่า "พระเป็นเจ้าทรงมีแผนการณ์สำหรับเธอ" .

แอนเดรียเริ่มจับไม้เทนนิสเมื่ออายุ 8 ขวบและประสพความสำเร็จในการแข่งขันเทนนิสตั้งแต่อายุ 14 ปี ต่อจากนั้นสองปีเธอก็ขึ้นเป็นอันดับที่ 2 ของโลก

อาชีพนักเทนนิสของเธอสิ้นสุดลงที่ การแข่งขัน French openในปี 1985 เมื่อเจ็บที่ไหล่ขวา จนต้องผ่าตัดถึง 7 ครั้งในเวลาต่อมา เธอออกจากวงการในปี 1987 พร้อมด้วยเงิน $1.4 ล้าน เธอได้ก่อตั้งมูลนิธิ Little Star Foundation (http://www.littlestar.org/) ทุกวันนี้ยังให้ความช่วยเหลือแก่เด็กที่ป่วยหนักมากกว่า 8,000 คนต่อปี

เจเกอร์เพิ่งได้ยินกระแสเรียกของเธอเมื่อตอนต้นปีนี้เอง, เมื่อเธอฝัน "ฉันฝันว่าได้ท่องเที่ยวในอารามแห่งหนึ่ง โดยมีนักบุญแคทเธอรีนแห่งเซียนนาเป็นผู้นำไป. ท่านเป็นผู้ที่ช่วยเหลือคนป่วย, คนยากจนและทุกข์ทรมาน" เธอไม่เปิดเผยแผนการณ์ในอนาคตแก่ใครเลย "ฉันสนใจเรื่องของมูลนิธิมากกว่า" เงินทุนของโครงการนั้นมีมูลค่าถึง 4.3 ล้าน $ ต่อปี

บุคคลแรกที่เธอเปิดเผยให้ทราบคือ ซินดี้ คลอฟอร์ด ซุปเปอร์โมเด็ล .ซึ่งเป็นเพื่อนและผู้สนับสนุนของเธอ "การเป็นแม่ชีเป็นความตั้งใจที่สวยงาม" คลอฟอร์ดบอก "แต่เธอไม่อาจปฏิเสธได้หรอกว่าเธออยากจะเป็นเหมือนใคร"

"เมื่อมีคนถามฉันว่าไม่คิดถึงเทนนิสบ้างหรือ" เจเกอร์ตอบว่า "ฉันไม่เคยเสียใจเลย, พระเป็นเจ้าทรงต้องการให้ฉันทำอย่างอื่น, และนั่นก็คือการช่วยเหลือเด็กที่เป็นโรคมะเร็ง. ฉันรักในสิ่งที่ฉันทำ"



การตูนอัตชีวประวัติพระสันตะปาปายอห์น ปอลที่ 2


By NICK PISA Last updated at 14:21pm on 15th October 2006 - ทางวาติกันได้ทำสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อนคือ ได้นำเสนอการ์ตูนอัตชีวประวัติของพระสันตะปาปายอห์น ปอลที่ 2. การ์ตูนถูกผลิตขึ้นโดย คาวิน คูเปอร์, บริษัทที่อยู่ในบาเซโลนา, อำนวยการสร้างโดย โจเซ่ หลุยส์ โลเปซ- โกเดีย. เขากล่าวว่า " เมื่อนำเสนอในรูปแบบการ์ตูน, จะทำให้เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น". ทางวาติกันให้การสนับสนุนการผลิตนี้อย่างเต็มที่, และทำขึ้นมาเป็น 7 ภาษา



ดาไล ลามะรับปริญญาที่กรุงโรม,ท่าน เรียกร้องให้มีความปรองดองระหว่างศาสนา


ROME - ดาไล ลามะ ผู้นำจิตวิญญาณของธิเบตได้รับรางวัลและปริญญากิติมศักดิ์เมื่อวันเสาร์ที่กรุงโรม ท่านได้มาแวะที่นี่เพื่อสนับสนุนให้มีความปรองดองกันในระหว่างศาสนาต่างๆ.

ท่านได้พบปะพูดคุยกับพระสันตะปาปาเบเนดิกส์ และมีความเห็นพ้องกันว่าจำเป็นต้องมีความสมานสามัคคีกันในระหว่างศาสนา   ท่านไม่เห็นด้วยกับชาวมุสลิมที่เข้าใจผิดกลุ่มเล็กๆที่พยายามจุดประกายไฟความเข้าใจผิดกัน และกล่าวว่า "ผลลัพท์ที่ดีที่สุดได้จากการเป็นหนึ่งเดียวกันของความเชื่อและเหตุผล"

ท่านให้ข้อสังเกตุในระหว่างการให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวเมื่อเดือนก่อนว่า "คนที่ประสงค์ร้ายพวกนั้นมักจะใช้ความเชื่อทางศาสนาเพื่อประโยชน์ส่วนตัวของพวกเขาเองและสร้างความขัดแย้งขึ้น"

กลุ่มนักเคลื่อนไหวบอกว่าเมื่อไม่กี่อาทิตย์ที่ผ่านมา, กองทัพทหารของจีนได้ยึดทรัพย์ชาวธิเบต และมีชาวธิเบตคนหนึ่งถูกยิงเสียชีวิตขณะกำลังพยายามหลบหนีไปเนปาลโดยผ่านทางภูเขาหิมาลัย

เมื่อถูกถามเกี่ยวกับกรณีนี้, ท่านดาไล ลามะบอกกับสำนักข่าวโทรทัศน์ AP ว่า "เป็นเรื่องน่าเศร้าใจมาก เราผ่านประสพการณ์แบบนี้มาร่วม 50 ปีแล้ว. น่าเศร้ามาก" ท่านตอบ.



เลขาธิการวาติกันคนใหม่ได้งานหลังจากฝันเห็นพระสันตะปาปายอห์นปอลที่ 2

Milan, Sep. 01, 2006 (CNA) - พระคาร์ดินัล Tarcisio Bertone และยอมรับตำแหน่งเลขาธิการวาติกันต่อจากพระคาร์ดินัล Angelo Sodano ตามคำเชิญของพระสันตะปาปาเบเนดิกส์    หลังจากที่ฝันเห็นพระสันตะปาปายอห์นปอลที่ 2 และเกิดความมั่นใจ

พระคาร์ดินัล Bertone เล่าเรื่องความฝันให้นักข่าวฟังที่ อาสนวิหาร Sanctuary of Madonna della Guardia ซึ่งท่านเป็นสังฆราชประจำอยู่ที่นี้.    ท่านจะเข้ารับตำแหน่งใหม่ในวันที่ 15 กันยายน.

ท่านเล่าว่าในวันที่พระสันตะปาปาเบเนดิกส์แจ้งแก่ท่านว่าจะแต่งตั้งท่านให้เป็นเลขาธิการของรัฐนั้น ท่านมีความกลัวมาก.

"เมื่อพระองค์ขอร้องให้ผมยอมรับตำแหน่ง, ผมตัวสั่นและตอบว่า , ผมต้องขอคิดดูก่อน"

"ระหว่างคืนวันที่ 15 และ 16 สิงหาคม, ผมเห็นพระสันตะปาปายอห์นปอลที่ 2 ในความฝัน    พระองค์มีท่าทีสงบและทรงยิ้ม.    เราได้พูดคุยกันเกี่ยวกับคนหนุ่มสาวและผมทูลพระองค์ว่างานเยาวชนโลกเป็นพระดำริริเริ่มที่สวยงามที่สุดของพระองค์.   แล้วผมก็พูดเกี่ยวกับการแต่งตั้งในตำแหน่งใหม่ของผม.   และผมขอให้พระองค์อวยพรแก่ผม.   พระองค์ตรัสว่า "แน่นอน,ได้ซิ"   ผมก็คุกเข่าลง, และพระองค์ทรงอวยพรแก่ผม"

ท่านเล่าต่อว่า    "เมื่อผมเล่าความฝันนี้ให้พระสันตะปาปาเบเนดิกส์ฟัง   พระองค์ตรัสว่า "ถ้าเช่นนั้นท่านก็ไม่ต้องกลัวอะไรอีกแล้ว"

"พระองค์ได้ทรงยืนยันการแต่งตั้งนี้และผมก็ยอมรับ"



พวกอันธพาลพยายามก่อกวนบ้านเกิดของพระสันตปาปา


MUNICH, Germany (AP) - เมื่อวันอาทิตย์ก่อนการเสด็จเยือนเยอรมันนีของพระสันตปาปา 1 วัน , พวกอันธพาลได้ไปที่บ้านเกิดของพระสันตปาปาซึ่งอยู่ในบาวาเรียทางตอนใต้ของเยอรมันนี   และขว้างลูกโป่งที่ใส่น้ำสีในเข้าใส่ผนังบ้าน   แต่ไม่มีความเสียหายร้ายแรง    ตำรวจกำลังสอบสวนเรื่องนี้.



สังคมของประเทศตะวันตกไม่นำพาต่อพระเป็นเจ้า

พิธีบูชามิสซาที่มิวนิค, เยอรมันนี

MUNICH, Germany, SEPT. 10, 2006 (Zenit.org) - สังคมของประเทศตะวันตกต้องทนทุกข์เพราะ "หูหนวก" ต่อทุกสิ่งที่เกี่ยวกับพระเป็นเจ้า, และต่อต้านความรู้อันถูกต้องของสัจจะธรรม.

พระสันตะปาปาทรงตรัสต่อประชาชนที่ร่วมในพิธีมิสซากลางแจ้งจำนวนราว 250,000 คน เป็นมิสซาแรกของการเดินทางเยือนเยอรมันนี 4 วัน

พระสันตะปาปาตรัสต่อชาวบาวาเรียว่า "อาการหูหนวกไม่ได้มีเพียงทางฝ่ายร่างกายเท่านั้น...ยังมีอาการหูหนวกต่อเสียงของพระเป็นเจ้าอีกด้วย, และสิ่งนี้เป็นสาเหตุทำให้พวกเราในยุคสมัยนี้ต้องได้รับความทุกข์"
"พวกเราไม่ได้ยินเสียงของพระเป็นเจ้าอีกต่อไปแล้ว - มีเสียงมากมายหลายหลากที่อื้ออึงอยู่ในหูของพวกเรา

" เมื่อพูดอะไรที่เกี่ยวกับพระเป็นเจ้า พวกเราจะคิดว่านั่นไม่ใช่วิทยาศาสตร์, และไม่เหมาะกับยุคสมัยของเรา"

พระสันตะปาปาเบเนดิกส์ตรัสว่า เมื่อพระองค์พบกับพระสังฆราชจากอัฟริกาและประเทศในแถบบอลติก, พวกเขาพูดถึงความช่วยเหลือมากมายที่ทางศาสนจักรเยอรมันนีได้ส่งไปช่วยประเทศของพวกเขา.

อย่างไรก็ตาม, พระสันตะปาปาตรัสเพิ่มเติมว่า , ครั้งแล้วครั้งเล่าที่พบกัน "พระสังฆราชอัฟริกันจะพูดว่า ถ้าผมมาที่เยอรมันนีนี้และเสนอโครงการทางด้านสังคม, บานประตูทุกบานจะเปิดออกทันที. แต่ถ้าผมมาพร้อมแผนการทางด้านการแพร่ธรรม, ผมจะเจอแต่การผัดผ่อน"

"เป็นที่ชัดเจนว่า บางคนมีความคิดว่าโครงการทางด้านสังคมเป็นเรี่องที่ควรกระทำอย่างเร่งด่วน, ขณะที่เรื่องที่เกี่ยวกับพระเป็นเจ้าหรือความเชื่อคาทอลิกจะมีความสำคัญน้อยกว่า".

ความเชื่อกับการกระทำ

พระองค์ตรัสต่อไปว่า "แต่จากประสพการณ์ของพระสังฆราชเหล่านั้น, ท่านคิดว่าการแพร่ธรรมเป็นเรื่องสำคัญที่สุด. พระเป็นเจ้าของพระเยซูคริสตเจ้าจะต้องเป็นที่รับรู้, ได้เชื่อ , ได้รัก, และจิตใจต้องได้รับการปรับเปลี่ยนถ้าหากดำเนินงานทางด้านสังคมควบคู่ไปด้วยพร้อมกันตั้งแต่เริ่มแรก . ตัวอย่างเช่น - การต่อสู้กับโรคเอดส์โดยการเผชิญหน้ากับสาเหตุของมันอย่างเข้มข้นและผู้ป่วยต้องได้รับการดูแลและได้รับความรักซึ่งเป็นสิ่งที่พวกเขาต้องการ"

กิจการทางสังคมและพระวรสารไม่สามารถแยกจากกันได้

พระองค์ตรัสว่า" ประชาชนในอัฟริกาและเอเชียนิยมชมชอบในวิทยาการและวิชาการความรู้ของเรา. แต่ในขณะเดียวกันพวกเขาหวาดหวั่นต่อรูปแบบความคิดที่แยกพระเป็นเจ้าออกจากมนุษย์, เสมือนว่านี่เป็นรูปแบบของการมีปัญญาสูงสุด,และมนุษย์จะเป็นผู้กำหนดวัฒนธรรมของเขาเองด้วย" .

"พวกเขามองไม่เห็นความจริงในความเชื่อคริสตชนที่เป็นเอกลักษณ์ของพวกเขา , แต่พวกเขากลับอับอายพระเป็นเจ้าและชอบต่อต้านสังคมโดยคิดว่าการดูหมิ่นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เป็นการแสดงออกของอิสรภาพและนำความรู้ทางวิทยาศาสตร์ไปค้นคว้าวิจัยเรื่องที่กระทบต่อศีลธรรมอย่างร้ายแรง"

การชอบต่อต้านสังคมไม่ใช่เป็นการมีความอดทนและการเปิดกว้างของวัฒนธรรมที่ชาวโลกแสวงหาและที่พวกเราต้องการ

สิ่งที่เราต้องการอย่างเร่งด่วนก็คือความยำเกรงพระเป็นเจ้า - การให้ความเคารพต่อสิ่งที่ผู้อื่นยึดถือว่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ซึ่งครั้งหนึ่งเราเองก็เคยเรียนรู้ในเรื่องความยำเกรงพระเป็นเจ้ามาแล้ว

เราขอมอบความเชื่อนี้ให้กับทุกคน การเสื่อมศรัทธาในศาสนาเช่นนั้นเป็นสิ่งตรงข้ามกับความเป็นคริสตชน. ความเชื่อสามารถพัฒนาได้ในอิสรภาพเท่านั้น. แต่เราขอให้อิสรภาพของมนุษย์ชายหญิงนั้นเปิดกว้างให้กับพระเป็นเจ้า, เพื่อแสวงหาพระองค์, เพื่อที่จะได้ยินเสียงของพระองค์

จงเปิดใจ

โลกต้องการพระเป็นเจ้า, พวกเราต้องการพระเป็นเจ้า, แต่พระเป็นเจ้าแบบไหนหรือ? "คำตอบที่ชัดเจนแน่นอนนั้นจะพบได้ในพระบุคคลผู้ทรงสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน. ในพระเยซูเจ้า. พระบุตรของพระเจ้าผู้ทรงลงมาบังเกิด.....และทรงรักจนกระทั่งวาระสุดท้าย

นี่คือพระเจ้าที่พวกเราต้องการ. เรามิได้ไม่เคารพความเชื่อของศาสนาอื่นและวัฒนธรรมอื่น. ขอแสดงความเคารพในความเชื่อของพวกเขาอย่างแท้จริง , เมื่อเราประกาศอย่างชัดแจ้งและอย่างหนักแน่นว่าพระเป็นเจ้าผู้ทรงมายอมรับความทุกข์ทรมานด้วยพระองค์เอง, ทรงแสดงพระเมตตายิ่งใหญ่ของพระองค์เมื่อเผชิญหน้ากับอำนาจความชั่วร้าย, เพื่อที่ความชั่วร้ายจะถูกปราบและถูกพิชิตลงอย่างราบคาบ





1